RSS
 

รีวิว TOT iP TV

08 Feb

1

สวัสดีครับวันนี้ผมมารีวิว TOT  iP TV  หลังจากที่ได้ทำการลองเล่น  และใช้งานเมื่อไม่นานมานี้  ก่อนที่จะเจาะลึกไปถึงวิธีการใช้งานของ TOT  iP TV ตัวนี้  เรามาดูที่ตัวของกล่องก่อนครับ  ในส่วนของหน้าตาของกล่องส่วนหน้าจะโชว์ความเป็น  Android  ออกมา   ประกอบด้วยภาพแอพพลิเคชั่นต่างๆทำให้เพิ่มสีสันแก่กล่อง  ดูดีมีสไตล์อย่างลงตัวเลยครับ

2

ส่วนด้านหลังกล่องไม่แพ้ด้านหน้าครับ  ดูดีมีสไตล์ ลากสีด้วยการโชว์ภาพจากหมวดต่างๆไม่ว่าจะเป็น  วาไรตี้,  กีฬา,  ข่าว,  สารคดี,  เพลง,  รายการเด็ก  เป็นต้น

3

หลังจากถอดที่สวมกล่องออก  เราจะพบหน้าตาของกล่องข้างใน  กล่องมีลักษณะเรียบง่าย  ขาวสะอาดมีลวดลายสีเขียวประกอบทั้งสองข้าง  พร้อมโลโก้ของกล่องคำว่า “MeTV”  และข้างล่างโลโก้คำว่า “More  than  just  TV”  อยู่กลางกล่องครับ

4

จากนั้นก็ทำการเปิดกล่องชั้นแรก  เมื่อเปิดกล่องดูจะเห็นตัวกล่องรับสัญญาณ  AM310  สีขาว  ซึ่งเจ้ากล่องรับสัญญาณตัวนี้  จะรองรับอินเตอร์เน็ตทีวีระบบ  H.264  SD  และ  HD ,  รองรับการถ่ายทอดสด  เทปบันทึกเสียง,  รองรับการใช้  Universal  plug  and  play (UPNP)  และอื่นๆอีกมากมายสามารถดูได้ที่หนังสือคู่มือเพิ่มเติมได้เลยครับ

4.1

จากนั้นทำการเปิดชั้นที่สอง  เราจะพบเจ้าตัวกล่องรับสัญญาณตัวเดิม  และรีโมทสีขาวจำนวน 1 อัน ครับ

5

และเมื่อทำการเปิดอีกชั้นที่สาม (หลายชั้นมาก)  เราจะพบอุปกรณ์ต่อมากมายที่โดนจับยัดใส่กล่องใบนี้ครับ

6

และหลังจากนั้นเราก็ได้ทำการนำอุปกรณ์ทั้งหมดที่อยู่ภายในกล่องเล็กๆใบนี้มารวมกันไว้ข้างนอก  ซึ่งภายในกล่องประกอบไปด้วย
-  กล่องรับสัญญาณ  AM310  จำนวน  1  กล่อง
-  อแดปเตอร์                              จำนวน  1 ชุด
-  รีโมทคอนโทรล                        จำนวน  1 อัน
-  ถ่านรีโมท                                จำนวน  2  ก้อน
-  สาย  AV                         จำนวน  1  เส้น
-  สาย  HDMI                    จำนวน  1  เส้น
-  สายเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต           จำนวน  1  เส้น
-  คู่มือการใช้งาน                        จำนวน  1  เล่ม

****ส่วนเจ้าตัวทัมไดร์ฟนี้ไม่มีแถมให้นะครับ

7

ในส่วนคู่มือการใช้งานเล่มนี้  จะเป็นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษครับ  ซึ่งจะบอกรายละเอียดวิธีการใช้งานในแต่ละส่วนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย  อ่านแล้วไม่งงครับ

8

เจ้าตัวทัมไดร์ฟตัวนี้จะไม่มีแถมให้ครับ  แล้วมีทัมไดร์ฟไว้ทำไม  มีไว้เมื่อเวลาเราดูหนังละคร  หรือกีฬาต่างๆ  แล้วเราเกิดปวดฉี่หรือติดภาระกิจด่วนขึ้นมาแต่เราจะพาดช็อตเด็ดๆนี้ไม่ได้  ดังนั้นเราก็สามารถที่จะใช้เจ้าตัวทัมไดร์ฟตัวนี้บันทึกเก็บไว้ดูได้ครับ  ตรงนี้แหละครับผมชอบมากที่สุด

10

ส่วนนี้ครับจะเป็นด้านหน้าของกล่องรับสัญญาณ  ซึ่งจะประกอบไปด้วย ปุ่มรับสัญญาณอินฟาเรดจากรีโมทคอนโทรล  ถัดมาจะเป็นช่องไฟสัญญานบอกลักษณะของอินเตอร์เน็ตและอีกช่องหนึ่งที่อยู่ติดกันคือช่องไฟสัญญาณบอกการเชื่อมต่อแหล่งจ่ายไฟ  ถัดมาเป็นช่องเสียบ  SD/SDHC/MS/MMC  และสุดท้ายจะเป็นช่องเสียบ USB  จำนวน  2 ช่อง  ครับ

9

และด้านหลังของกล่องรับสัญญาณ  จะประกอบไปด้วย  ช่องต่ออแดปเตอร์กับแหล่งจ่ายไฟ  ถัดมาเป็นช่องต่อสาย  AV   ถัดมาเป็นช่องต่อสาย2 (HDMI)  ถัดมาเป็นช่องต่อสาย  LAN  เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต  และช่องสุดท้ายเป็นช่องต่อระบบเสียงดิจิตอลครับ

รีโมท

และนี่คือหน้าตาของรีโมทคอนโทรล  ซึ่งจะใช้ถ่านที่มีขนาด AAA ×2  จำนวน  2  ก้อน  จะมีแถมมาให้ครับหรือถ้าถ่านหมดก็สามารถซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป  ส่วนวิธีการใช้งานของรีโมทแต่ละปุ่มสามารถดูรายละเอียดได้ที่หนังสือคู่มือการใช้งาน  จุดด้อยของรีโมทคอนโทรลเจ้าตัวนี้คือไม่สามารถใช้ได้กับโทรทัศน์ทุกรุ่นครับ

12

อุปกรณ์ที่ใช้ต่อระหว่างกล่องรับสัญญาณกับโทรทัศน์  จะประกอบไปด้วย  สาย AV,  สาย HDMI,  อแดปเตอร์  และสายเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตครับ

12.1

การเชื่อมต่อกล่องรับสัญญาณกับโทรทัศน์  มีอยู่สอง  2  วิธี  คือ  เชื่อมต่อด้วยสาย  HDMI  และเชื่อมต่อด้วยสาย AV  แต่ผมขอแนะนำให้เลือกเชื่อมต่อด้วยสาย  HDMI  มากกว่าครับเพราะว่าภาพจะคมชัดมากกว่าและมีเสียงที่เป็นระบบดิจิตอล  สำหรับการเชื่อมต่อแต่ละวิธีสามารถดูรายละเอียดได้ในหนังสือคู่มือครับ

14

หลังจากที่เราได้ทำการต่ออุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว  จากนั้นจะทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต  การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตสามารถต่อได้ 2 แบบ  คือ  ต่อสาย LAN  และ ต่อสัญญาณ wireless  ครับ  ซึ่งในที่นี้ผมใช้วิธีเชื่อมต่อแบบสัญญาณ wireless  ครับ

15

หลังจากที่เราได้ทำการเลือก  wireless  ที่จะใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้แล้ว   ก็ทำการเชื่อมต่อได้เลยครับ  การเชื่อมต่อก็เหมือนๆที่เราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทั่วๆไปนั้นแหละครับ  คือใส่รหัสผ่าน wireless  จากนั้นก็ทำการเชื่อมต่อ

16

เมื่อเราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้แล้ว ก็จะขึ้นว่า “เชื่อมต่อแล้ว”  ดังรูปนี้ครับ

13

กล่องรับสัญญาณจะมีเมนูหลักคือ  หน้าแรก, ช่องทีวี,  VOD,  TV ของฉัน  และตั้งค่า  ในส่วนของเมนูหน้าแรกจะมีไอคอนต่างๆประกอบไปด้วย  ไอคอนดูทีวี,  App Store,  การตั้งค่า,  เบราว์เซอร์,  เพลง,  อีเมลล์,  นาฬิกา,  File  Manag,  MoviePlayer,  อัพเกรด,  ค้นหา  และบัญชีของฉัน  เป็นต้น

17

ในส่วนนี้นะครับหลังจากที่ผมกดไปที่ไอคอนเบราว์เซอร์  เพื่อเป็นการเข้าสู่การดูเว็บเพจต่างๆ  เราสามารถ search  หาเว็บไซต์ต่างๆได้ครับ

18

และนี้เป็นผลลัพธ์หลังจากที่ผมได้ทำการ  search  ครับ

 20

การรับชมช่องรายการทีวี  ทางด้านซ้ายมือจะเป็นช่องของรายการหลักที่ประกอบด้วย  AII  Channel  และช่องรายการหลักอื่นๆ  เราสามารถเลือกดูรายการโดยกดเลื่อนขึ้น – ลง ที่รีโมทครับ  ถ้าเราเลือกช่องที่เราต้องการดูได้แล้ว  ก็กดตกลงเพื่อทำการชมทีวีที่เราเลือกครับ  และที่เยี่ยมยอดมากก็คือเราสามารถดูทีวีย้อนหลังได้ครับ  ดูตามช่องด้านขวามือครับ

21

ในเมนู  VOD  จะเป็นการแบ่งแยกตามประเภทของหนัง ไม่ว่าจะเป็น  แอ็คชั่น  ผจญภัย  เยาวชน  และอื่นๆ  อีกมากมาย  ถ้าเราเลือกชมหนังได้แล้วก็กดตกลง  จากนั้นจะแสดงรายละเอียดของหนังที่เราเลือกให้ดู  จากนั้นกดปุ่มเล่น (play)  และถ้าเราต้องการเก็บหนังที่เราดูนั้นเข้าสู้เมนูรายการโปรดของฉันก็กดที่รายการโปรดของฉัน (Fav)

22

ในส่วนของ  TV ของฉันจะมีเมนูย่อยๆอยู่ ได้แก่  เมนูประวัติการรับชม  เป็นการบันทึกว่าเราเคยเข้าชมรายการไหนบ้างแล้ว  เมนูรายการโปรดของฉัน เป็นรายชื่อช่องโทรทัศน์และรายการต่างๆที่เราทำการบันทึกเอาไว้แล้ว  เมนูจัดการรายการโปรด   เมนูข้อมูลส่วนบุคคล  เป็นเมนูสำหรับการดูข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการ

23

ในส่วนของไอคอน  App  store ไอคอนนี้จะเป็นการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆเข้ามาในไว้ในหน้าหลักครับ

24

สมมุติว่าจะโหลดเกมหมากฮอสนะครับ ก็ทำการกดที่ดาวน์โหลดฟรีครับ

25

จากนั้นจะขึ้นหน้าให้เราทำการติดตั้งครับ  เราก็กด “ติดตั้งครับ”

26

จากภาพนะครับจะเป็นหน้าที่กำลังทำการติดตั้งเกมหมากฮอสอยู่ครับ  รอสักครู่โหลดไม่นานอย่างที่คิดครับ

27

และนี่ครับเป็นหน้าที่ติดตั้งสำเร็จแล้ว  สังเกตได้จากคำว่า  “ติดตั้งแอพพลิเคชั่นแล้ว”

24 28

และนี่ครับเป็นหน้าตาของเกมหมากฮอสที่เราทำการติดตั้งสำเร็จ  ถ้าเราจะเล่นก็กด  New  Game  ครับ

29

นี่ครับ  เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทันสมัยที่สุด คือ  เราสามารถตั้งเวลาปลุกได้ด้วยครับ  โดยกดไปที่ไอคอนนาฬิกาครับ  จากนั้นเราก็ทำการตั้งเวลาปลุกได้แล้วครับ

ผมลืมบอกไปครับว่าถ้าเราไม่ถนัดในการใช้งานจากรีโมทในการสั่งการเราก็สามารถใช้เมาส์แทนก็ได้  เพื่อช่วยให้เราใช้งานได้ง่ายขึ้นครับ

 

 
 

Leave a Reply

 

 
  1. ปาล์ม

    April 23, 2013 at 12:45 pm

    ขอบคุณที่นำมารีวิวให้ดูค่ะ ตอนนี้พ่อหนูกำลังคิดจะเอามาใช้อยู่เหมือนกัน :)